“อาเรียน เอสพาร์ซา” มวยหมัดคม วัย 23 ปี จากสหรัฐอเมริกา ผู้รับไม้ต่อจาก “ฮัมซา ราชิด” ตัวแทนจากโมร็อกโก ที่จำเป็นต้องถอนตัวกะทันหันเพราะเหตุสุดวิสัย พร้อมดวลเดือดโดยไม่หวั่นความแกร่งของ “ปตท. อภิชาติฟาร์ม” กำปั้นคางเหล็ก วัย 28 ปี โดยจะสู้กันในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) ใน ศึก ONE ลุมพินี 147 ซึ่งจะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งสัญญาณไปยังผู้ชมใน 195 ประเทศทั่วโลก วันศุกร์ที่ 20 มี.ค.นี้ เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น.
“อาเรียน” ประเดิมแข่งขันใน ONE เมื่อปีที่แล้วโดยรับหน้าที่มวยแทนในศึก ONE Fight Night 29: อัลลิเซีย vs มารี เมื่อเดือนมี.ค. 2568 แม้เขาจะพ่ายแพ้ต่อ “นนทชัย จิตรเมืองนนท์” แต่รูปเกมสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี สร้างความประทับใจให้แฟนมวยทั้งสนาม ก่อนจะเรียกศรัทธาคืนมาได้สำเร็จ ด้วยการระเบิดฟอร์มเก็บชัยเหนือ “ริคาร์โด บราโว” ในศึก ONE Fight Night 32: นักรบ vs จ้าวเสือใหญ่
ไฟต์นี้ “อาเรียน” รับบทมวยแทนอีกครั้ง โดยไม่เกี่ยงคู่ชก เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาคือมืออาชีพที่พร้อมทำหน้าที่ทุกเมื่อ
อาเรียน รู้ว่าเสี่ยงเมื่อไร้แผน แต่ผลตอบแทนสูง
“อาเรียน” นักสู้เจ้าของดีกรีแชมป์โลก WBC มวยไทย รุ่น 155 ป. ยอมรับว่าต้องใช้ไหวพริบในการต่อสู้ไฟต์นี้เป็นหลัก เพราะไม่ได้มีเวลาในการวางแผนเหมือนไฟต์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม เขายังได้เก็บเกี่ยวเทคนิคจากการฝึกซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมค่ายอย่าง “เมืองไทย พีเค.แสนชัย” ที่ช่วยเติมความมั่นใจและเพิ่มมิติในการออกอาวุธ
“การได้ประกบคู่กับปตท. ถือว่าเหนือความคาดหมาย ผมรู้ดีว่าความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนก็สูงเช่นกัน เมื่อโอกาสมาแล้วผมต้องคว้าไว้ ผมไม่มีเวลาเตรียมแผนอะไรมากนัก คงต้องไปแก้เกมกันบนเวที ดูกันหน้างานว่าเขาจะมาแบบไหน จะเล่นฝีมือหรือจะเดินบู๊ แต่ไม่ว่าเขาจะมาไม้ไหน ผมมีหมัดหนักเตรียมไว้ตอบโต้แน่นอนครับ”
“ผมกลับมาอยู่ที่ไทยได้ประมาณ 2 เดือน และซ้อมต่อเนื่องตลอด พอดีกับจังหวะที่ เมืองไทย อยู่ที่ค่ายพอดี เราเลยได้มีโอกาสซ้อมร่วมกัน โดยเฉพาะการปล้ำวงใน ถึงแม้ตอนนั้นผมจะไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเจอกับ ปตท. แต่ประสบการณ์จากการซ้อมกับสายอึดอย่าง เมืองไทย ก็ช่วยให้ผมพอมีแนวทางรับมือได้มากขึ้นในไฟต์นี้ครับ”

ชัยชนะชี้อนาคต
ไฟต์นี้ไม่ใช่แค่บททดสอบฝีมือบนเวที แต่ยังเป็นอีกหนึ่งจุดชี้วัดสำคัญในเส้นทางอาชีพของ “อาเรียน” ที่เจ้าตัวตั้งใจใช้โอกาสครั้งนี้พิสูจน์ตัวเองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“ชัยชนะเหนือ ปตท. จะเป็นก้าวที่ใหญ่มากสำหรับผม ผมผ่านประสบการณ์มามาก ตั้งแต่ระดับสมัครเล่นจนถึงระดับนี้ ความตื่นเต้นยังมีอยู่ทุกไฟต์ แต่ผมเชื่อว่าผมทำได้ และชัยชนะครั้งนี้จะพิสูจน์ว่าผมคือนักชกอเมริกันที่มีอนาคตไกลครับ”
“ไฟต์นี้ผมตั้งใจปิดเกมให้ได้ เพราะการชกด้วยนวมเล็ก ทุกจังหวะสามารถเปลี่ยนเกมได้ตลอดเวลา ผมจะใช้ทั้งทักษะและหัวใจในการต่อสู้ ผมไม่ได้มาแค่เพื่อชัยชนะ แต่ตั้งใจมาสร้างผลงานให้เป็นที่จดจำครับ”

ที่มา : onefc